เมืองไทย พีเค. แสนชัย เตรียมกลับมาขึ้นสังเวียนพบคู่ปรับเก่าอย่าง เสกสรร อ.ขวัญเมือง เป็นครั้งที่ 6 ในศึก The Inner Circle 30 วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) โดยไฟต์นี้มีความหมายมากกว่าการแข่งขันทั่วไป เมื่อ “คนไม่ยอมคน” เตรียมใช้เป็นไฟต์อำลาสังเวียน ขณะที่เมืองไทยประกาศพร้อมสู้เต็มกำลัง เพื่อส่งรุ่นพี่ขึ้นจากเวทีอย่างสมศักดิ์ศรี
เมืองไทย เสกสรร ไฟต์อำลา ภาค 6 การพบกันที่เต็มไปด้วยความหมาย
การกลับมาเจอกันครั้งที่ 6 ระหว่างสองนักชกสายบู๊จะเกิดขึ้นภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ปอนด์) ในรายการ The Inner Circle 30 ซึ่งมีกำหนดแข่งขันในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2569 ตั้งแต่เวลา 18.30-20.30 น.
สำหรับคู่นี้ไม่ใช่เพียงศึกรีแมตช์ธรรมดา เพราะ “เสกสรร” เป็นฝ่ายเลือกเมืองไทยให้เป็นคู่ต่อสู้ในไฟต์สุดท้ายบนเส้นทางนักมวยอาชีพ หลังจากทั้งคู่เคยปะทะกันมาแล้วถึง 5 ครั้ง และทุกครั้งต่างสร้างความดุเดือดจนกลายเป็นหนึ่งในคู่มวยที่แฟน ๆ ให้ความสนใจ
เมืองไทยยอมรับว่าหลังจากเอาชนะเสกสรรได้ในไฟต์ล่าสุด เจ้าตัวเคยตั้งใจว่าจะไม่กลับมาเจอกันอีก เนื่องจากทั้งสองมีความสนิทสนมกันนอกเวที แต่เมื่อรุ่นพี่เลือกเขาเป็นคู่ชกในไฟต์อำลา เมืองไทยจึงตอบรับทันทีด้วยความเต็มใจ
“ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติมากที่ เสกสรร เลือกผมให้เป็นคู่ชกในไฟต์อำลาสังเวียน”
เมืองไทยมองว่าการเลือกคู่ชกครั้งนี้น่าจะมาจากสไตล์การชกที่คล้ายคลึงกัน เพราะทั้งคู่เป็นนักมวยที่เดินหน้าเปิดเกม ทำให้ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากัน เกมการแข่งขันจึงเต็มไปด้วยความสนุกและความดุเดือด
เมืองไทยยก เสกสรร ต้นแบบนักสู้สายบู๊
ตลอดเส้นทางในรายการ ONE เสกสรรฝากผลงานเอาไว้ถึง 15 ไฟต์ และสร้างชื่อจากสไตล์การชกที่เดินหน้าสู้แบบไม่ถอย จนได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนมวยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคว้าเงินโบนัสจากผลงานบนเวทีโดยไม่รวมค่าตัวมากกว่า 5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าแลกอาวุธอย่างหนักมาตลอดอาชีพย่อมส่งผลต่อสภาพร่างกาย และเมืองไทยเข้าใจถึงเหตุผลที่คู่ปรับรุ่นพี่เลือกยุติเส้นทางการชก โดยมองว่านี่อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม หลังจากเสกสรรกรำศึกหนักมาเป็นเวลานาน
เมืองไทยยังยกย่องเสกสรรว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบของนักมวยสายบู๊ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักสู้รุ่นหลัง รวมถึงตัวเขาเองด้วย เพราะทุกครั้งที่เสกสรรขึ้นเวที เจ้าตัวมักเดินหน้าสู้เต็มที่และมอบความสนุกให้กับผู้ชม
สำหรับเมืองไทย การได้เผชิญหน้ากับนักชกระดับตำนานรายนี้ถึง 6 ครั้ง ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมาก โดยเฉพาะการย้อนกลับไปมองการพบกัน 4 ครั้งแรก ซึ่งเมืองไทยเป็นฝ่ายแพ้ทั้งหมด ก่อนจะสามารถปลดล็อกเอาชนะเสกสรรได้เป็นครั้งแรกในไฟต์ล่าสุดของทั้งคู่บนเวที ONE ลุมพินี
จากแพ้ 4 ครั้ง สู่ชัยชนะครั้งแรกของเมืองไทย
เส้นทางการดวลกันของคู่นี้เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่เมืองไทยยังอายุไม่ถึง 20 ปี ขณะที่เสกสรรมีชื่อเสียงและประสบการณ์บนสังเวียนมากกว่าอย่างชัดเจน
ตลอด 4 ครั้งแรก เมืองไทยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้งหมด แม้รูปเกมในหลายครั้งจะออกมาสูสี แต่ความเก๋าและประสบการณ์ของเสกสรรช่วยให้สามารถเบียดคว้าชัยเหนือเมืองไทยได้สำเร็จ
กระทั่งการพบกันครั้งล่าสุดในศึก ONE ลุมพินี 114 เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 เมืองไทยสามารถถอนแค้นและคว้าชัยเหนือเสกสรรได้เป็นครั้งแรก ด้วยคะแนนเอกฉันท์
เมืองไทยมองว่าสภาพร่างกายที่สดกว่า รวมถึงกติกานวมเล็กซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกอาวุธที่เข้าเป้ามีความสำคัญ ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เขาคว้าชัยในวันนั้น และความดุเดือดของการแข่งขันยังทำให้ทั้งคู่ได้รับโบนัสย้อนหลังอีกด้วย
เมืองไทยหวังคืนฟอร์มเก่ง ปิดฉากเสกสรรอย่างสมศักดิ์ศรี
แม้ไฟต์นี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวของมิตรภาพและการให้เกียรติ แต่เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น เมืองไทยยืนยันว่าจะไม่มีการผ่อนเกมให้กัน เพราะนี่คือการแข่งขันกีฬาและทั้งสองฝ่ายต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่
“ขุนศอกผีดิบ” ต้องการกลับมาเก็บชัยชนะอีกครั้ง หลังจากผลงานช่วงหลังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยล่าสุดพ่ายคะแนนไม่เอกฉันท์ต่อ พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี ในศึก The Inner Circle 20 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเจ้าตัวยังระบุว่าต้องการหยุดสถิติแพ้ติดต่อกันด้วยการกลับมาคว้าชัยให้ได้
เป้าหมายของเมืองไทยจึงชัดเจน นั่นคือการเปิดเกมแลกกับเสกสรรอย่างเต็มที่ และหากมีโอกาสปิดเกมด้วยการน็อกเอาต์ เขาพร้อมเดินหน้าคว้าโอกาสนั้นทันที
ไฟต์สุดท้ายของ “คนไม่ยอมคน” จะจบแบบไหน?
แม้เมืองไทยจะยอมรับว่าไฟต์นี้มีความรู้สึกพิเศษ เพราะเป็นการส่งคู่ปรับที่คุ้นเคยขึ้นเวทีเป็นครั้งสุดท้าย แต่เจ้าตัวยืนยันว่าบนเวทีจะไม่มีการเกรงใจกัน
แนวคิดของเมืองไทยคือ การให้เกียรติคู่แข่งอย่างดีที่สุดไม่ใช่การลดความหนักหน่วงของการต่อสู้ แต่คือการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ดังนั้น เมืองไทย เสกสรร ไฟต์อำลา จึงมีโอกาสกลายเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญของคู่มวยที่พบกันมาอย่างยาวนาน จากจุดเริ่มต้นที่เมืองไทยเคยแพ้ถึง 4 ครั้งติดต่อกัน สู่การปลดล็อกชัยชนะในครั้งล่าสุด และกำลังจะมาถึงบทสรุปในการพบกันครั้งที่ 6
ท้ายที่สุดแล้ว ใครจะเป็นฝ่ายเดินออกจากเวทีพร้อมชัยชนะ และ “คนไม่ยอมคน” จะสามารถปิดฉากเส้นทางนักมวยของตัวเองได้อย่างไร แฟนมวยเตรียมจับตาศึกครั้งสำคัญนี้ได้ใน The Inner Circle 30 วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)
อัปเดต โปรแกรมมวย ครบทุกเวทีดัง ไม่ว่าจะเป็นราชดำเนิน ลุมพินี หรือมวยไทย 7 สี
📊 เช็ก ราคามวยวันนี้ แบบเรียลไทม์ แม่นยำ อัปเดตก่อนใคร เพื่อการติดตามที่สนุกกว่าเดิม
รายงาน ผลมวย ถูกต้อง รวดเร็ว ครบทุกคู่ชก ไม่มีพลาดทุกไฟต์สำคัญ
YOUTUBE : มวย24 ไฮไลท์ซ็อตเด็ด FACEBOOK : MUAY 24 TIKTOK : MUAY24.COM
👉 แฟนมวยสามารถติดตามความมันส์แบบเต็มอรรถรสได้ที่ MUAY24.COM เว็บศูนย์รวมข่าวมวย ผลมวยสด โปรแกรมมวย และไฮไลท์มวยเด็ดครบจบในที่เดียว!
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ONEFC.COM
